2008/Feb/04

  ความจริง สัปดาห์นี้ก็กะไว้แล้ว ว่าจะดูหนัง2เรื่อง

เรื่องหนึ่ง แน่ๆ คือ Sweeney ที่ดูไปแล้ว ส่วนอีก

เรื่องตกข้างมาจากสัปดาห์ก่อน เป็นเรื่องที่อยาก

ดูเหมือนกัน Enchanted นั่นเอง

หลังจากดู Sweeney จบ ก้อรู้สึกว่าชีวิตกลาย

เป็นสี เทาๆ ดำๆ มืดหม่น ไม่อยากตัดผม

ไม่อยากกินพาย ไม่อยากกินเนื้อบด ฮือ........

 

 

วันนี้เลยตัดสินใจ แม้ว่าจะไม่มีใครดูด้วย ก็

จะต้องดู Enchantedให้ได้ ว่าแล้วหลังทำ

งานเสร็จก็บึ่งรถไฟใต้ดิน จากสามย่าน

 มายังเอสพลานาด ถึง ตอน บ่ายโมงห้าสิบ

หนังเข้าบ่ายสอง ข้าวปลายังไม่ได้กิน

ลงไปยัด ทาโกะมา6ลูก....ปากแทบพัง

 

พอเข้ามาในโรง โอโห คนอื่นเค้ามาดูกัน

ไม่เป็นคู่รักจูงมือกันมาดู ก็เป็นครอบครัว

สุขสันต์ ไอ้เรานี่บุกเดี่ยวเลยแฮะ.......

 

เป็นประสบการ์ณที่น่ามหัศจรรย์ทีเดียว

สองวัน ดูหนังที่แทบจะตรงข้ามกันทุก

ประการ มีเพียง2อย่างที่เหมือนกัน

ระหว่าง Sweeney และ Enchanted

คือ

1.ร้องเพลงกันทั้งเรื่อง เรื่องหนึ่งร้อง

ไปเต้นไป รักกันไป น่ารักเป็นบ้า...

เรื่องนึง ร้องไป เชือดไป ทำพายกันไป

ตรูจะบ้า....

2.แต่ยังไง ก็เป็นหนังที่ชอบทั้ง 2 เรื่อง

แล้วก้อคิดไม่ผิดที่ดู Enchanted

ทีหลัง เพราะชีวิตสดใสขึ้นเยอะเลย

 

นานทีเดียวที่ไม่ได้ดูหนังน่ารักๆ สดใส

ไร้พิษภัยขนาดนี้ พอดูแล้วมันดันไปมี

ความรู้สึกคล้ายๆพวก Love Actually

อะไรเทือกนั้นมากกว่า เรียกว่าเป็นหนัง

กุ๊กกิ๊ก fantasy ก็แล้วกัน ชอบเป็นพิเศษ

ก็เจ้าชาย ไม่ได้ชอบเพราะหล่อหรอกนะ

แต่ตลกดี ขำตลอดเรื่อง โดยเฉพาะเวลา

แกร้องเพลง

ส่วน Amy Adams น่ารักมากเลยทีเดียว

เชื่อแล้ว ว่าหลุดออกมาจากเทพนิยายจริงๆ

เป็นสาวแอ๊บแบ๊วที่น่ารักที่สุดในรอบปี

ส่วนอื่นๆก็รู้สึกว่าน่ารักดี ดูไปยิ้มไปทั้งเรื่อง

ตลก น่ารัก กุ๊กกิ๊ก เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย

ถึงแม้จะสดใสน่ารัก แต่ก็ยังดูสนุกมาก

ทีเดียว สำหรับใครที่อี๋ว่าเป็นหนังเด็ก

ก็ขอให้ลองไปดูเถอะ

โดยเฉพาะ ถ้ามีแฟนไปดูกับแฟน

นี่น่าสนใจ

ถ้าใครอยากหาพลังเติมให้กับตัวเอง

หนังเรื่องนี้ คือแหล่งพลังงานดีๆอีกเรื่อง

ถ้าช่วงนี้ใครหดหู่ เซ็งชีวิตก็ขอแนะนำ

Enchantedอีกเช่นกัน โลกจะได้สดใส

แต่ถ้าใครคิดว่ามันเกินเยียวยาแล้ว

ก็แนะนำ Sweeney Toddแล้วกัน

ไหนๆก็ไหนๆแล้วนี่ เอาให้มันสุดๆไป

เลยก็แล้วกัน

 

สรุปแล้วกันว่า ไม่ว่าใครจะเป็นอะไร

ที่ไหน อย่างไร หนังเรื่องนี้ ก็น่าจะ

เหมาะสมกับทุกคนนะคะ

 

edit @ 4 Feb 2008 01:13:58 by Belle

2008/Feb/03

   นี่ก็เข้าเดือนกุมภาพันธ์ เข้าไปแล้ว เพิ่งได้มีโอกาสดูหนังเรื่องแรกของปี

แน่นอน เปิดต้นปีด้วยหนังที่อยากดูมานานมากกกกกกกกกกกกกกกก........

Sweeney Todd... ( Spoil.....แน่....)

เหตุที่เรื่องนี้เป็นหนังที่อยากดูมีอยู่หลายๆเหตุผลด้วยกัน

- Johny Depp เล่น และ ร้องเพลง

- หนังของ Tim Burton

- 2คนนั้นมาเจอกัน

- เป็นหนังเพลง

   ตัวหนังเอง ก็ตามมาตรฐานของเบอร์ตัน ภาพสวย สีสวย เพลงเพราะ

 ยังไงก็เป็น แฟนหนังเขาอยู่แล้ว ไม่รู้จะว่ายังไง มันเป็นแนวทางที่ชอบ

ตั้งแต่ยังไม่ได้ดูเลย เลยไม่รู้จะว่ายังไง

 

 

(ถ้ายังไม่ได้ดูข้ามย่อหน้านี้ไป).....

- ชอบที่สุดตรงการร้องประสานกัน โดยเฉพาะของ Todd กับ Lovewett

 ในหลายๆ ฉาก เช่น ตอนเถียงกันเรื่องเนื้อคน ว่าเนื้อใครอร่อยที่สุด ดูมัน

เสียดสีดี

- หรือสีหลุดๆในความฝันของ Lovewett เป็นฉากที่มีอารมณ์ขัน

แล้วก็โดดเด่นดีนะ

- ดนตรีมีพลังมาก สมกับการที่เป็นหนังเพลง โดยเฉพาะ Depp

ที่บางครั้งก็ดูน่า สงสาร และ บางครั้งก็น่าขนลุกอย่างประหลาด

- ถึงจะยังคาใจนิดหน่อยตอนจบ แต่เราไม่รู้สึกอะไรมาก เพราะรู้สึก

ว่าตรงลูกสาว ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ เลยเฉยๆไป

- ความสนุก และน่าสนใจอยู่ที่ ความเป็นหนังเพลง แต่ดันว่าด้วย

เรื่องของ ฆาตรกร เราเลยได้เห็นคนร้องเพลงไป เชือดคอไป

เลือดพุ่งกันตามจังหวะเพลง อย่างงดงาม

( หรืออาจจะไม่งามสำหรับบางคน แล้วแต่ศรัทธา)

 

 

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากหนังเรื่องนี้เป็นหนังเพลง ดังนั้นเราว่า

 ถ้าใครไม่ชอบหนัง เพลง ก็คิดให้ดีๆ เพราะเค้าร้องเพลงกัน

ทั้งเรื่อง.......

 

   เรื่องหนังมีแค่นั้นล่ะ แต่ดูหนังเรื่องนี้ด้วยความอึดอัดใจ

อย่างมาก แต่อย่างที่บอก ตัวหนังน่ะชอบ แต่ที่เบื่อมากคือ

การเซนเซอร์ ไม่รู้พวกแม่_ใช้อะไรคิด เสียเงินไป

ดูหนังในโรง ยังต้องมาทนอะไรแบบนี้อีก ไม่เข้าใจ ...

คืออยากจะจัดเรทก็จัดกันไป สิวะ ไม่กลัว เพราะอายุเกินแล้ว

ดีซะอีกจะได้ไม่ต้องไปนั่งทนรำคาญเด็กในโรงหนัง

ส่งเสียงวุ่นวาย เพราะหนังบางเรื่องคนทำก็ไม่ได้อยากให้เด็กดู

พวกที่พาลูกเข้าไป ดู มันคงอยากสอนลูกมันให้รักความรุนแรง

 บ้าเซ็กส์ หรืออยากเป็นฆาตรกร เป็นพ่อ เป็นแม่แล้ว มีความคิด

กันหน่อยสิวะ แต่อย่าว่าเลย อย่างที่บอก ไอ้พวกที่มันมา

เซนเซอร์หนัง ที่คอยบอกว่าตัวเองมีคุณวุฒิ มันยังมาทำอะไร

แบบนี้เลย ไปนั่งกลั่น กรองละครก่อนข่าวหลังข่าวนู้น

ตรูเห็นเด็กดูกันทั้งบ้านทั้งเมือง ขอโทษนะ

ไอ้แบบที่พระเอกข่มขืนนางเอก แล้วตอนหลังได้กันเนี่ยนะ

 คือ ข่มขืนเนี่ยมัน อาชญกรรม ไม่ใช่เหรอ ไอ้พระเอกนั่นมัน

อาชญกรนะ เอ่อวิปริตพอๆกับฆาตรกร เชือดคอนั่นล่ะ

แต่ว่าก็ชอบกัน คือชอบอะไรแบบนี้ ชอบถูกข่มขืน ก็เห็น

พวกท่านๆ รับได้ คงงั้นล่ะ ก็พวกเดียวกันนี่ มีรสนิยมแบบนี้

กันนี่เอง

   เอาเหอะ บ่นไปเท่านั้น ขอฟาดหัวฟาดหางหน่อย

ไม่มีผลอะไรอยู่ดี เต่าล้านปี เข้าเวบเป็นกันรึเปล่ายังไม่รู้ 

 แต่ว่าถ้าใครรู้จักพวกเขาเหล่านั้น ฝากบอกด้วยว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

......ไ ป ต า ย ซ ะ .......

 

 

 

edit @ 4 Feb 2008 00:36:32 by Belle

2007/Nov/26

 

รั ก แ ห่ ง ส ย า ม ตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง

 

( สปอยล์นะจ๊ะ)

        

 

    ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลง กันและกัน ที่มี คิว วงฟลัวร์ร้อง

 

คือเย็นวันหนึ่งที่เดินอยู่กลางสยาม  เห็นป้ายบอกไว้ว่า

 

เปิดตัวหนังรัก แห่งสยาม พอจะจำได้ว่าเป็นผลงาน

 

ของคุณมะเดี่ยว ผู้กำกับผู้ซึ่งเป็น

 

ที่ชื่นชอบส่วนตัวอีกคนหนึ่ง  แต่เพราะรีบกลับบ้าน

 

เลยได้ ฟังแค่เพลง รู้สึกว่า เพลงเพราะมาก

 

ผู้กำกับก็ชอบอยู่แล้ว คงต้องดูเสียแล้วล่ะ

 

 

       คงไม่ผิดจากความจริงนัก ถ้าจะบอกว่า รักแห่งสยาม คือ

 

หนังที่ชื่นชอบที่สุดของปีนี้ ( ปีนี้ดูหนังไม่มาก แต่ก็เลือกดูที่อยากดู

 

จริงๆ ) นานแล้วที่ไม่ได้ดูหนังจบ แล้ว เดินยิ้มออกมาทั้งที่ตา

 

ยังแดงๆ ความรูสึกตอนออกจากโรงหนัง มันอิ่มๆล้นๆ แต่ก็รู้สึกได้

 

ถึงความ หวิวๆอย่างไรชอบกล

       

 

หนังเปิดตัวด้วยวัยเด็กของ โต้ง กับ มิว ซึ่งเป็นเพื่อน

 

ข้างบ้านกัน ใช้เวลาร่วม 10-15 นาที กว่าที่จะมี

 

เครดิตขึ้นมา  เมื่อตัวหนัง ดำเนินไป(ไม่เล่ารายละเอียดนะคะ)

 

 มีการผูกปมไว้มากมาย จนเป็นที่น่าข้องใจว่า

 

ปมทั้งหมดจะสามารถคลี่คลายได้เมื่อหนังจบ

 

ริงหรือ แต่ตัวหนังเองก็สามารถหาทางออกที่

 

สวยงามให้กับตัวละคร ทุกตัว อาจจะไม่ได้เป็นทางออก

 

ที่มีความสุขสมหวังนัก แต่ก็ สวยงาม สวยงามพอที่จะ

 

บอกว่านี่เองก็เป็น ตอนจบที่ Happy Endding(สำหรับผู้เขียน)

 

เพราะทุกอย่าง ได้ดำเนินไป ในทางที่ดี ที่สุดแล้ว

 

สำหรับตัวมันเอง

 

 

 

สุนีย์ - ได้เรียนรู้ว่า ในบางครั้ง ความรักที่มากมาย

 

ของเธอเองนั้น อาจทำให้คนที่เธอรักเจ็บปวด

 

ธออาจจะต้องเริ่ม ที่จะยอมให้คนที่รัก เลือก

 

ทางเดินด้วยตัวเอง และ เชื่อมั่นให้ได้ว่า

 

นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว สำหรับเขา

 

 

กรณ์ - ทำใจยอมรับความจริงที่ว่า การที่ใครสักคน

 

ที่เรารักจากไปแล้ว แต่ เรายังมีความรักอีกมากมาย

 

จากคนรอบ ข้าง และเราเอง ไม่ได้หลงลืมใครคนั้น

 

แต่เลือกที่จะจำเขาไว้ในหัวใจต่างหากความรักนั้น

 

เองที่จะเป็นพลัง ช่วยให้เราก้าวต่อไป แม้ว่าชีวิตที่

 

เหลืออยู่จะเหลืออยู่จะเป็นเพียงเศษซากก็ตาม

 

 

จูน(แตง) จูนคิดแต่ว่า เรื่องที่จะต้องได้ดีมาตลอด

 

จนวันหนึ่ง เธอก็พบว่า ความรักนั้นมันมาจากคน

 

ใกล้ชิดเรา นั่นเอง  ที่เติมชีวิตให้สมบูรณ์ขึ้นได้

 

เธอจึงต้องกลับไปหามัน

 

 

โต้ง เมื่อผ่านพ้นสิ่งต่างๆมา โต้งเป็นตัวละคร

 

ที่เห็นพัฒนาการที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

 

โต้งกล้าคุยกับแม่ และเป็น คนที่ทำให้สุนีย์เห็น

 

ข้อบกพร่องบางอย่างในตัวเธอ แล้วในที่สุด

 

ต้งก็เลือก สิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ด้วย

 

ความคิดที่มีเหตุผล ซึ่งแสดงการเติบโต

 

ในความคิดของโต้ง

 

 

มิว ใครจะบอกว่ามิวไม่สมหวัง ไม่จริงเลย

 

 สิ่งที่มิวต้องการคือความรัก เพราะ มิวคิดว่ามิว

 

อยู่คนเดียวมา ตลอด  เป็นคนที่ใช้ชีวิตกับความ

 

โดดเดี่ยว นับแต่อาม่าจากไป คือความรักสุดท้าย

 

ที่มิวได้สัมผัส  มิวในตอนจบนั้น จึงไม่ใช่มิวคน

 

เดิมอีกต่อไปแล้ว เพราะต่อไปนี้ ไม่ว่ามิวจะ

 

ทำอะไร ที่ไหน เขาก็จะรู้ว่ามันไม่ใช่ตัว

 

เขาคนเดียว แต่ยังมีคนอีกมากมายที่รักเขา

 

ไม่ใช่เพียงโต้ง แต่รวมไปถึงเพื่อนๆใน

 

วงดนตรีด้วย คำขอบคุณ ของมิวในตอนท้าย

 

คงบอกได้ดีว่า ความรักที่ได้มามีคุณค่ากับ

 

เขาเพียงใด

 

 

หญิง คือตัวละครที่เห็นความชัดเจน

 

(และ ชื่นชอบที่สุด) ในช่วงแรกหญิงจะดูเป็น

 

เด็กแบ๊วๆ ใสที่สุดในเรื่อง แล้วเมื่อหญิงได้ผ่าน

 

ช่วงเวลาของความผิดหวัง ที่เธอได้พบเจอ

 

หญิงต้องเรียนรู้ที่จะผ่านพ้นมันไปให้ได้

 

 แม้ว่า มันจะเจ็บปวด แต่อย่างน้อยมันก็ทำ

 

ให้เธอเติบโตขึ้น และ ไม่มีวันที่หญิงจะ

 

สามารถกลับไปเป็นคน  เดิมได้อีกต่อไปแล้ว

 

 

เมื่อหนังจบ สิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัว

 

 คือ เพลง กันและกัน ในบางครั้ง

 

บนทางเดินที่เดินเคียง อาจไม่ได้

 

อยู่เคียงข้างกัน แต่ ความรัก ของใครสักคน

 

ต่างหากที่อยู่เคียงข้างเราเสมอมา 

 

และ ตราบใดที่ยังมีความรักนั้นอยู่

 

ก็เป็นเสมือนความหวังให้กับเรา

 

ที่ทำให้เรา

 

มองเห็นจุดหมายปลายทาง....

 

 

  

ปล. หลังดูหนังจบกับชอบเพลงกันและกัน

 

ของ มิว มากกว่า คิว เสียอีก

 

อาจเพราะฟังแล้วอินกว่า

 

 

ปล.2  เพลงเพราะมาก ซื้อซีดีมาแล้ว

 ผู้กำกับแต่งเองเต็มเลย  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 26 Nov 2007 20:44:18 by Belle

edit @ 26 Nov 2007 20:45:08 by Belle